Start a Biz,

เหตุใด co-working space ฮ่องกง เริ่มม้วนเสื่อถอยทัพ

ฮ่องกงไม่ใช่ศูนย์กลางของผู้ประกอบการรายย่อยหรือบรรดาสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่นิยมใช้บริการ co-working space

เรื่อง กองบรรณาธิการ

ความอัตคัคพื้นที่ของฮ่องกงทำให้เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าที่ดินมีราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลก ชนชั้นกลางที่จะเป็นเจ้าของห้องพักเล็ก ๆ นั้นยากยิ่งอย่าว่าแต่การจะครอบครองบ้านเป็นหลัง และด้วยความที่พื้นที่จำกัดนี่เอง การดำเนินธุรกิจ co-working space ให้บริการเช่าพื้นที่รายชั่วโมงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ตอบโจทย์และไลฟ์สไตล์ของคนฮ่องกง แน่นอนว่ามีคนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้ จึงตบเท้าเข้ามาลงทุนกันเป็นแถว

ล่าสุดมีการสำรวจมาแล้วว่าพื้นที่ co-working space ที่ให้บริการในฮ่องกงจากผู้ให้บริการทุกรายนั้นรวมกันแล้วอยู่ที่ 2.16 ล้านตารางฟุต เพิ่มจากปี 2017 เท่าตัวเลยทีเดียว และมีแนวโน้มที่ปี 2019 นี้จะมีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งทยอยถอนตัวจากธุรกิจนี้เนื่องจากการขยายตัวในธุรกิจ co-working space ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ตามมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วองธุรกิจคือเกิดการแข่งขันอย่างดุเดือด จึงมีการประเมินว่าภายในปีนี้น่าจะมี co-working space ทยอยปิดกิจการกันไปบ้าง ส่วนหนึ่งอาจมาจากสาเหตุที่ว่าผู้ใช้บริการไม่ได้มีล้นหลามเนื่องจากฮ่องกงไม่ใช่ศูนย์กลางของผู้ประกอบการรายย่อยหรือบรรดาสตาร์ทอัพซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่นิยมใช้บริการ co-working space

มีรายงานว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ Kr Space หนึ่งในผู้ให้บริการ co-working space รายใหญ่สุดจากจีนได้ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่อาคารจำนวน 7 ชั้นที่ตึก “วัน เฮนเนสซี่” ในเขตหวั่นไจ๋ไปแล้ว ส่งผลให้บริษัทไชน่าเค็มซึ่งเป็นเจ้าของอาคารดำเนินการฟ้องร้อง Kr Space เรียกค่าเสียหายฐานละเมิดสัญญาเช่าเป็นเงิน 500.9 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงหรือประมาณ 2,030 ล้านบาท

ไม่เพียงการแข่งขันเพื่อแย่งชิงผู้ใช้บริการจะสูง แต่ทุนสนับสนุนจาก venture capitalist เองก็เหือดแห้งเพราะนักลงทุนเริ่มตระหนักแล้วว่า co-working space เป็นธุรกิจที่ทำเงินยากในฮ่องกง และอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำกำไร โทมัส ฮุย ผู้บริหาร TheDesk ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ co-working space อีกรายในฮ่องกงกล่าวว่านักลงทุนยังไม่เทธุรกิจนี้เลยเสียทีเดียว แค่ระมัดระวัง และคัดเลือกคนที่จะลงทุนด้วยละเอียดขึ้น

ข้อดีคือเมื่อผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับทุนสนับสนุนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้เพราะนักลงทุนไม่อัดฉีดเม็ดเงิน ผู้ประกอบการเหล่านั้นจะทยอยออกจากธุรกิจไป ทำให้จำนวนผู้ให้บริการลดลง และสภาพการแข่งขันจะบรรเทาลง อย่างไรก็ตาม โทมัส ฮุยเชื่อว่าเทรนด์ธุรกิจ co-working space ในฮ่องกงจะยังเติบโต สำหรับ TheDesk เอง เป็นเวลา 2 ปีแล้วที่ให้บริการ co-working space 3 แห่งในฮ่องกง ซึ่งธุรกิจอยู่ในภาวะทำกำไรทุกสาขา และกำลังมีแผนจะเปิดบริหารแห่งที่ 4 ในเร็ว ๆ นี้

ท่ามกลางการถอนตัวของผู้ให้บริการจำนวนหนึ่ง The Great Room ผู้ให้บริการ co-working space จากสิงคโปร์กลับสวนทางและเป็นรายล่าสุดที่เข้ามาเป็นผู้เล่นในสมรภูมิธุรกิจนี้เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา The Great Room ให้บริการบนพื้นที่ 24,000 ตารางฟุตในอาคาร One Taikoo Place ย่าน Quarry Bay ซึ่งเป็นแหล่งรวมของสำนักงานดัง อาทิ เฟซบุ๊ก วาณิชธนกิจ และเอเจนซี่ต่าง ๆ

จาเอล อัง ซีอีโอ The Great Room แสดงทัศนะว่าเนื่องจากการให้บริการ co-working space มีความซับซ้อนหลากหลายขึ้นทำให้ระดับของ co-working space แตกต่างกันไป ดังนั้นก็เหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ ที่อาจจะต้องมีการแบ่งเป็นหมวดหมู่ สำหรับ The Great Room นั้น ลูกค้าเป้าหมายที่เล็งไว้คือกลุ่มบริษัทที่มั่นคง ผู้ประกอบการระดับบน และกลุ่มสตาร์ทอัพที่ส่อแววเติบโต เช่น กลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน

ผู้บริหาร The Great Room ตบท้ายว่าหากเปรียบ co-working space เป็นโรงแรม แน่นอนย่อมมีหลายดาว อยู่ที่ว่าเราจะวางตำแหน่ง co-working space ให้เป็นกี่ดาวเพื่อรับรองลูกค้าระดับไหน การวางตำแหน่งชัดเจนเช่นนี้ทำให้ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตรงมาใช้บริการแบบไม่ลังเล

ที่มา www.scmp.com

Recent

COD ไปรษณีย์ไทย“เก็บก่อนจ่ายทีหลัง” โดนใจผู้ค้าออนไลน์ยอดพุ่งปรี๊ดทะลุล้าน

บริการเก็บเงินปลายทาง COD ของไปรษณีย์ไทย เก็บเร็วโอนไว แถมไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน

ส่งต่างประเทศสุดประหยัด บริการน้องใหม่ ePacket

ไปรษณีย์ไทยแจ้งเกิดบริการใหม่ถอดด้าม ePacket ส่งพัสดุไปต่างประเทศ ราคาประหยัด

ไปรษณีย์ไทย ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานพร้อมสรุปสาระดีๆที่ได้จากงาน

เคียงคู่ผู้ลงมือทำ EP.1 เคลียร์คำถามคาใจ ขายออนไลน์ให้ปัง

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี