Ecom Way, Marketing Hub,

อย่ามองข้าม เว็บไซต์ ถ้าคิดจะค้าขายแบบยาว..ยาว

ความสำเร็จของการค้าขายผ่านโซเชียลมีเดียที่มีต้นทุนต่ำกำลังจะกลายเป็นอดีต และกำลังสร้างหลุมพรางให้กับธุรกิจ ที่สุดแล้วถ้าคิดจะค้าขายยาวๆ ต้องถามตัวเองว่า คุณสร้างหน้าร้านบนออนไลน์ของตัวคุณเองแล้วหรือยัง

 

ความเป็นเอสเอ็มอีที่ไม่มีเงินทุนเงินถังมาทุ่มให้กับงบการตลาด โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการเกือบแทบทุกราย หันไปใช้โอกาสจากความเป็นสื่อต้นทุนต่ำของโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่างเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ในการทำตลาด และสร้างแบรนด์ จนหลงลืมที่จะสร้างเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมีหลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ ใช้เฟซบุ๊กปั้นแบรนด์จนกลายเป็นแบรนด์ดังอยู่ในปัจจุบัน แต่นั่นคือโอกาสในอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับ ในทางตรงกันข้าม หากยังคงตั้งหน้าตั้งตาพึ่งพาแพลตฟอร์มยอดฮิตเหล่านี้ต่อไป นี่จะเป็นหลุมพรางที่สร้างความย่อยยับให้กับธุรกิจได้ในอนาคต

กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอท้อปพลัส จำกัด กล่าวว่าเว็บไซต์เปรียบเหมือนหน้าร้านที่สร้างความเชื่อถือให้กับธุรกิจในโลกออนไลน์ แต่เพราะความยุ่งยากในการจัดทำ บวกกับไม่สามารถสร้างยอดขายได้ในเวลาอันสั้น ทำให้ผู้ประกอบส่วนใหญ่ไม่นิยม และมองข้ามความสำคัญในเรื่องนี้ไป แล้วหันไปทุ่มงบประมาณกับการสร้างฐานลูกค้าบนโซเชียลคอมเมิร์ซ อย่าง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์แอด หรือแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์อย่างลาซาด้า ช้อปปี้ ฯลฯ แทน ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง นั่นเพราะธรรมชาติของแพลตฟอร์มหลักเหล่านี้ มักจะให้ใช้ฟรีในช่วงเริ่มต้น เพื่อสร้างกลุ่มคนเป็นสังคมขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ฐานผู้ใช้มีความแข็งแกร่งมากพอ ก็จะค่อยๆ ปรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขการใช้ที่ผู้ใช้ยากจะปฏิเสธ ซึ่งนั่นหมายถึงต้นทุนทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ธุรกิจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะใช้เฟซบุ๊ก เพราะคิดว่าการตลาดออนไลน์ คือการสร้างแฟนเพจ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร หลายรายมีแฟนเพจเยอะมาก บางเพจเป็นหลักล้านเลยทีเดียว แต่ประเด็นวันนี้คือ ถ้าคุณพึ่งเฟซบุ๊กเพียงเจ้าเดียว วันดีคืนดี ถ้าเขาแก้กฎอะไรขึ้นมาสักอย่าง แฟนเพจที่คุณสร้างมานี้หายไปหมดเลยนะ อย่างทุกวันนี้ ผู้ประกอบการหลายรายก็จะพอมองเห็นแล้วว่า แต่ก่อนแค่โพสต์เฉยๆ ลงบนเฟซบุ๊ก ก็มียอดขายเข้ามาแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ลงโฆษณา ยอดขายไม่เข้าเลย และถึงจะลงโฆษณา ก็ยังต้องมาลุ้นเลยว่าจะมีคนทักเข้ามากี่ราย แล้วซื้อของจริงๆ กี่คน เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วยังคุ้มอยู่หรือเปล่า

“ค่าโฆษณาที่เฟซบุ๊กเก็บจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะแพลตฟอร์มพวกนี้มีลักษณะผูกขาด (Monopoly) เขาถือว่าแทบทุกธุรกิจต้องพึ่งเขา เขาจะเก็บยังไงก็ได้ เมื่อต้นทุนค่าโฆษณาสูงขึ้น นั่นแปลว่าโลกออนไลน์จะขายยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้วยเปอร์เซนต์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ คุณจะหาทางออกไม่เจอ และปรับตัวไม่ทัน ถ้าไม่รีบสร้างแบรนด์ของตัวเองผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่วันนี้ เพราะการสร้างแบรนด์ต้องใช้เวลา หากรอวันที่ไม่ไหวจากเฟซบุ๊กแล้วค่อยมาสร้าง คุณจะเหนื่อยมาก และจะวิ่งตามยอดขาย หรือกำไรที่หายไปไม่ทัน”

ในมุมมองของกัมพล เว็บไซต์เป็นเหมือนฐานรากที่ธุรกิจสร้างขึ้นมาเป็นของตัวเอง ซึ่งแม้ต้องใช้เวลาในการเห็นผลในเรื่องของยอดขาย แต่ในแง่ของความมั่นคงแล้ว นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าให้เลิก
โฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊กไปเลยเสียทีเดียว เพียงแต่ให้ปรับรูปแบบการใช้งานให้เหมาะกับคุณลักษณะของสื่อนั้นๆ ไป

“เว็บไซต์มีหน้าที่เหมือนเป็นแคตตาล็อคสินค้า ตัวกูเกิ้ลมีหน้าที่หาลูกค้าที่มีความสนใจในสินค้า เพราะคนที่เข้ามาเสิร์ซหาในกูเกิ้ลส่วนใหญ่จะมีความสนใจในตัวสินค้าแล้วทั้งนั้น ส่วนเฟซบุ๊กหน้าที่หลักๆ คือการรักษาฐานลูกค้า หรือการสร้างลูกค้าสัมพันธ์ ด้วยการแจ้งโปรโมชั่น หรือจัดกิจกรรมต่างๆ ส่วนไลน์ไว้ปิดการขาย และติดตามลูกค้าเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ ส่วนแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์ อย่างลาซาด้า ช้อปปี้ ฯลฯ คือช่องทางจำหน่ายที่อาจช่วยในเรื่องมาร์เก็ตติ้งได้ระดับหนึ่ง ซึ่งโดยธรรมชาติของคนซื้อของบนออนไลน์แล้ว จะกลัวการถูกหลอกมากที่สุด เพราะฉะนั้นสื่อที่น่าจะการันตีให้กับผู้ซื้อได้มากที่สุดคือเว็บไซต์ และถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าไม่ว่ากลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้าเจอแบรนด์ของคุณจากสื่อไหนก็ตาม เขาจะอยากวิ่งเข้ามาดูว่าคุณมีเว็บไซต์หรือเปล่า บริษัทตั้งอยู่ที่ไหน ธุรกิจของคุณมีความเป็นมาอย่างไร แล้วค่อยกลับไปแชทคุยในเฟซบุ๊ก หรือไลน์ หลังจากนั้นถึงจะเข้ามาติดตามโปรโมชั่นต่างๆ จากเพจเฟซบุ๊กอีกที”

 

ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์จึงเปรียบเหมือนต้นทางของการปูทางให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนบนโลกออนไลน์ ซึ่งการทำเว็บไซต์อาจดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ ไม่ง่าย ธุรกิจเอสเอ็มอีหลายรายเคยลงทุนสร้างเว็บไซต์ของตัวเองมาก่อน แต่ไปไม่ถึงฝั่งก็ต้องเลิกลากลางคัน ด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป

“แต่หลักๆ แล้วคือการไม่ตกสะเก็ดความต้องการของผู้ประกอบการ ที่ทำให้งานไม่จบ ทำให้ทำแล้วต้องเสียเวลามาแก้ใหม่ แก้ไปแก้มาเลยเลิกทำไปเลย เพราะเอาเวลาไปขายของบนเฟซบุ๊กเห็นยอดมากกว่า อีกปัญหา ก็คือคนไทยเรา จะต่างจากฝรั่ง เว็บไซต์ของเขาแค่ลงข้อมูลแปะรูปก็จบแล้ว เพราะฝรั่งใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเป็นหลัก แต่คนไทยชอบเว็บสวยๆ ถ้าไม่สวยไม่ซื้อ ซึ่งเอสเอ็มอีส่วนใหญ่งบน้อย ก็จะเลือกใช้เว็บสำเร็จรูปเป็นหลัก ซึ่งทำให้สวย และได้ฟีเจอร์ครบอย่างที่ต้องการเป็นเรื่องที่ยากมาก คือถ้าเป็นเว็บสำเร็จรูปอาจจะมีสัก 50 ฟีเจอร์ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ทั่วไปที่คนอื่นๆ ก็ใช้ คุณใช้เกินจากนี้ไม่ได้ ซึ่งบางทีก็อาจไม่เหมาะกับธุรกิจของเรา ถ้าอยากจะได้ฟีเจอร์ที่เฉพาะกับธุรกิจเรา ก็ต้องจ้างคนเขียนขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ แต่ราคาก็จะสูงขึ้นเป็นหลักแสน”

ซึ่งในมุมมองของกัมพลแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งกว่าความสวยเลิศเลอของเว็บไซต์ คือการต้องมีเว็บไซต์เป็นรากฐานในการสร้างแบรนด์ ส่วนเรื่องหน้าตา ถ้าทำสวยไม่ได้ ก็ขอแค่ให้ดูง่ายว่า ธุรกิจของเราขายอะไร และมีสินค้าอะไรบ้าง เมนูไม่ต้องซับซ้อนมากเกิน แค่ 4-5 เมนูพื้นฐาน บอกเล่าเกี่ยวกับธุรกิจ โชว์รายการสินค้าที่มี หรือผลงานที่ผ่านมา รายการโปรโมชั่น และช่องทางการติดต่อ เท่านั้นก็พอ

และถ้าไม่ได้มีสินค้าเยอะมาก เว็บไซต์ก็อาจไม่จำเป็นต้องมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาก็ได้ แต่ถ้าสามารถมีบทความ หรือเนื้อหาที่ให้ความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้า หรือการใช้สินค้าด้วยได้ ก็จะดี เพราะมีส่วนสร้างความเชื่อถือให้กับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และมีโอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะหาธุรกิจของเราเจอได้ง่ายขึ้น เพราะตัวบทความจะถูกจัดอันดับจากกูเกิ้ล กระนั้น นั่นก็หมายถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่มาตัดสินใจเพิ่มเติมทีหลังได้

Recent

การเดินทางของปลากัดผ่านไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์ตลาดสัตว์น้ำออนไลน์ที่ขยา...

หลังผ่านมติครม. ให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ส่งผลให้ธุรกิจปลากัดบูม ไปรษณีย์ไทยอาสาเป็นสะพานเชื่อมต่อธุรกิจเพิ่มความสะดวกขยายจุดบริการส่งปลากัดรวม 202 แห่งทั่วทุกภาค ย้ำส่งง่ายถึงไวได้มาตรฐาน คุ้มครองสูงสุด 2,000 บาท

เปิด 4 ทางเลือกรับของส่งทางไปรษณีย์ ตอบโจทย์ไม่อยู่บ้านไม่มีเวลาก็รับได้

ไปรษณีย์ไทยเพิ่มความสะดวกในการรับสิ่งของด้วยบริการรอจ่ายเลือกได้ 4 แบบ ทั้งจากผู้ส่งและผู้รับ

มหกรรมส่งถูกส่งฟรี” 9-15 ต.ค. ฉลองใหญ่ 15 ปีไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทยจัดใหญ่ฉลอง 15 ปี เอาใจคนชอบส่งด้วยโปรแรง ส่งถูกส่งฟรี ส่งได้ทั่วไทยไปไกลทั่วโลก ภายในงานที่ระลึกวัน ไปรษณีย์โลก 9 -15 ต.ค.นี้ ที่ชั้น G สเปลล์แอทฟิวเจอร์พาร์ค

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี