Logis Trend, Marketing Hub,

ธุรกิจขนส่ง-ออนไลน์ ยิ้มหวานโตรับเทรนด์ “มนุษย์ขี้เกียจ”

ถึงจะชอบช้อปแต่ไม่ชอบรอหรือต่อคิวซื้อของ กลายเป็นพฤติกรรมที่ติดโพล ความขี้เกียจครองชีวิตคนไทย ส่งผลให้เกิด Lazy Economy ที่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวกสบาย

 

เมื่อมนุษย์เริ่มพึ่งพาเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต จนมีแนวโน้มจะนำไปสู่พฤติกรรมของความเคยชิน หรือที่เรียกว่า “ความขี้เกียจ” และก่อเกิดเศรษฐกิจขี้เกียจ (Lazy Economy) ที่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวกสบาย กลายเป็นโจทย์ให้ทาง วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU จัดทำวิจัย เจาะลึกอินไซต์…พิชิตใจคนขี้เกียจ (Lazy Consumer) กำลังเป็นที่จับตามองและเป็นโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ในยุคนี้

ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า สำหรับการตลาดขี้เกียจหรือเศรษฐกิจขี้เกียจนั้นเกิดขึ้นในช่วงปี 2561 หลังจากที่เถาเป่า ผู้ดำเนินธุรกิจ อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในประเทศจีนได้เก็บข้อมูลของลูกค้าและพบว่าคนจีนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังปี 1995  มีการใช้จ่ายไปกับอุปกรณ์สำหรับคนขี้เกียจมากถึง 70% โดยเป็นการจับจ่ายสินค้าที่อยู่ในหมวดอาหารพร้อมรับประทาน เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์ดิจิทัล และเครื่องสำอาง และจากการศึกษายังพบอีกว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นของคนขี้เกียจ ส่งผลให้สินค้าและบริการต้องปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเป็นวาระสำคัญของๆ หลายบริษัท

 

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ประเทศจีนเท่านั้นที่มีการใช้จ่ายในเรื่องความขี้เกียจ เพราะขณะนี้เริ่มมีกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยที่เน้นทำการตลาดไปที่กลุ่มเป้าหมายนี้ โดยเฉพาะธุรกิจประเภทรับสั่งอาหาร ( Food Delivery) ที่กำลังมาแรง เนื่องจากผู้บริโภคยังคงต้องการอาหารที่มีคุณภาพและรสชาติดีแต่ไม่ต้องการเสียเวลาไปรอคิวหรือเดินทางไปซื้อเอง นอกจากนี้ยังมีธุรกิจหรือบริการรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถตอบสนองความขี้เกียจได้  อาทิ เครื่องพับผ้า เครื่องช่วยแปรงฟัน เว็บไซต์ที่ช่วยเลือกเสื้อผ้า บริการจัดส่งวัตถุดิบปรุงอาหารพร้อมวิธีการทำ ฯลฯ

ยิ่งในยุคดิจิทัลผู้คนจำนวนมากหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในเรื่องของการประหยัดแรงงานและเวลา จนมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่สังคมของความเคยชิน หรือที่เรียกว่า “ความขี้เกียจ” และเศรษฐกิจขี้เกียจ (Lazy Economy) ซึ่งเกิดจากความต้องการความสะดวกสบายในชีวิต โดยที่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินหากสินค้าหรือบริการนั้นๆ ช่วยทำให้รู้สึกว่าได้รับความสะดวกสบายมากกว่าเดิม  และจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการความสะดวกสบายขั้นสุด ยังทำให้เกิดธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เช่น ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจจองคิว บริการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ สินค้าประเภทอาหารพร้อมรับประทาน เป็นต้น

ดร.บุญยิ่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิเคราะห์พฤติกรรมความขี้เกียจเพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจหรือบริการในประเทศไทยนั้น ทางวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ทำการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,200 คน ใน 4 กลุ่มอายุ โดยแบ่งเป็น Gen Z, Gen Y, Gen X และ Baby Boomers พบว่า

 

10 อันดับกิจกรรมที่คนไทยขี้เกียจมากที่สุด

  1. ออกกำลังกาย 84%
  2. รอคิวซื้อของ 81%
  3. ทำความสะอาดบ้าน 77%
  4. อ่านหนังสือ 70%
  5. ทำอาหาร 69%
  6. พูดคุยหรือเจอคนเยอะๆ 68%
  7. ดูแลผิวพรรณตัวเอง 68%
  8. เรียน/ทำงาน 65%
  9. ออกไปช้อปปิ้ง 64%
  10. เดินทางไปไหนมาไหน 60%

กลยุทธ์ SLOTH ตอบโจทย์  Lazy consumer

ฝนทิพย์ กิตติประเสริฐแสง หัวหน้าทีมงานวิจัยการทำการตลาด Lazy consumer เจาะลึกอินไซต์พิชิตใจคนขี้เกียจ​ นักศึกษาสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เคล็ดลับการทำการตลาดในยุคที่คนขี้เกียจครองเมืองนั้น เจ้าของสินค้าและบริการจะต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “SLOTH” เพื่อครองใจผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว

 

กลยุทธ์ “SLOTH” ประกอบด้วย

Speed คือต้องมีความรวดเร็ว และต้องไม่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเสียเวลา

Lean กระชับ ตัดท่อนขั้นตอนที่ยุ่งยากออก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

EnjOy ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกสนุก และเกิดแรงจูงใจในการใช้สินค้าและบริการ

ConvenienT สินค้าหรือบริการต้องมีความสะดวก ช่วยให้ชีวิตนั้นง่ายมากขึ้น

Happy ความสุข จากความต้องการที่ถูกเติมเต็มและปัญหาได้ถูกแก้ไขด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด

 

“ทั้งนี้ในฐานะนักการตลาด และผู้ประกอบการ ไม่ว่าลูกค้าจะมีพฤติกรรมอย่างไร แม้เป็นมนุษย์ขี้เกียจก็ตาม เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นลูกค้าแล้ว การสร้างความสุข ความพึงพอใจ ก็เป็นหน้าที่ของเรานั้นเอง ด้วยกลยุทธ์ SLOTH ที่ทำให้ลูกค้ามีความสุข เพราะเมื่อไหร่ที่ผู้บริโภคมีความสุข ส่งผลที่ดีให้กับยอดขายและสร้างความจงรักภักดีให้กับแบรนด์สินค้าอย่างแน่นอน”

 

5 ธุรกิจและบริการที่ครองใจตลาดคนขี้เกียจ

จากการวิจัยยังพบว่ามี 5 ธุรกิจและบริการที่กำลังมาแรงที่สุดในไทยและคาดว่าในอนาคตจะสามารถครองใจตลาดคนขี้เกียจได้ดี คือ

1.ธุรกิจที่ทำแทนได้ อาทิ ทำบริการความสะอาดบ้าน  บริหารสั่งอาหาร  บริการซื้อของแทน

2.ธุรกิจที่ไม่ต้องขยับ ไม่ต้องจับ ไม่ต้องถือ อาทิ สินค้าประเภท Automation และ Hand Free

3.ธุรกิจที่พร้อมใช้งานทันที เช่น สินค้าประเภทพร้อมกิน พร้อมดื่ม

4.ธุรกิจร่วมมือ ร่วมใจ เช่น community ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในรูปแบบออนไลน์

5.ธุรกิจที่เน้นการฟัง เช่น Podcast content หรือ VDO content

 

อย่างไรก็ตามธุรกิจและบริการเหล่านี้ในอนาคตคาดว่าจะได้รับความนิยมและตอบสนองความต้องการตลาดกลุ่มคนขี้เกียจได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากสตาร์ทอัพที่กำลังมองหาแนวทางทำธุรกิจอาจจะหันมาศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมตลาดคนขี้เกียจและนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

 

 

 

 

Recent

แกะกล่องสินค้าเกษตร “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” กับ “ลำไยอบกึ่งแห้ง ละพูน” นวัตกรรมครั้งแรกในไทย หนุน “ชาวสวนล...

ปณท จับมือกับ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สู่การปลดล็อคปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ผ่านผลิตภัณฑ์ “ลำไยอบกึ่งแห้งสีทอง ละพูน” ภายใต้แบรนด์ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข”

ePacket ตัวช่วยส่งของข้ามแดนสุดคุ้ม ได้ใจคนทำ e-Commerce ทั่วโลก

บริการจัดส่ง ePacket ได้รับการออกแบบมาสำหรับการทำธุรกิจ e-Commerce โดยเป็นตัวเลือกด้านบริการจัดส่งที่รวดเร็ว และเป็นมิตรกับงบประมาณผู้ค้าออนไลน์กลายเป็นบริการได้รับความนิยมกว่าค่อนโลก

ไปรษณีย์ไทยจัดหนักในงานออนไลน์เมกะเซล ส่งอีเอ็มเอสในประเทศลด 15% ทุกพิกัดน้ำหนัก

Thailand Online Mega Sale 2018 ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ รวดเดียว 15 % ทุกพิกัดน้ำหนัก ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี