Ecom Way, Marketing Hub,

10 แนวคิด ปั้นสินค้าให้เกิด ระเบิดยอดขายให้เปรี้ยงบนโลกออนไลน์

“ถ้ามีโปรดักต์ที่ใช่ ได้ใจคนช้อป ความสำเร็จเบื้องต้นของถนนธุรกิจออนไลน์คงรออยู่ไม่ไกล”

1 แก้ Pain Point ของคนในสังคม

ผู้ประกอบการควรหมั่นสังเกตเสมอว่า อะไรที่เป็นปัญหา อุปสรรค หรือ ความน่ารำคาญ ที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวันนั่นอาจหมายถึงการจะได้มาซึ่งไอเดียหรือโซลูชั่นต่างๆ เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ ที่สามารถแก้ปัญหาหรือ Pain Point ของผู้บริโภค เป็นหนทางที่ดีหนทางหนึ่งจะพัฒนาโปรดักต์ออกมาให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนได้เสมอ อาทิ Pushkin Sonkusare นักออกแบบชาวอินเดีย ผุดไอเดียทำ Solair ที่ตากผ้าให้แห้งได้แม้อยู่ในที่ร่ม แก้ปัญหาผ้าเหม็นอับในวันที่แดดไม่มี หรือฝนกระหน่ำ โดยผู้ช่วยชิ้นนี้มาในขนาดเท่ากับโต๊ะรีดผ้า ที่เพียงผู้ใช้แค่ทำการยืดอุปกรณ์ให้สูงขึ้นมาในระดับที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการตากเสื้อยืด เสื้อเชิ้ตหรือชุดเดรส จากนั้นก็กดปุ่มเริ่มกระจายความร้อนให้ผ้าแห้งได้เลย พร้อมแผงของรังสียูวีที่จะช่วยในการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับ

 

2 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

สมัยนี้แต่ละคนมักมีกิจกรรมหรืองานอดิเรกยามว่าง ถ้ามีสินค้าที่มาโดนใจเข้ากับกับไลฟ์สไตล์ที่เขาเหล่านั้นโปรดปรานการควักกระเป๋าสตางค์จ่ายสินค้านั้นอย่างเต็มใจคงไม่ใช่เรื่องยาก เอย่างเช่นแบรนด์ Hand Band Pro ที่ผลิตสายรัดมือขึ้นมา เพื่อป้องกันการถลอกหรือมือด้าน สำหรับคนที่รักการออกกำลังกาย หรือจะเป็นแบรนด์ Impact Mouthguards ที่ผลิตฟันยางด้วยดีไซน์แบบเท่ๆ เอาใจคนเล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ เป็นตัวอย่างของการสร้างความแตกต่างและสามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีปัญหาได้อย่างดี

3. สอดคล้องกับ Passion ของตัวเอง

หลายๆ คนเวลาจะออกสตาร์ททำอะไรสักอย่าง ก็เลือกจากความชอบหรือ Passion ของตัวเอง ซึ่งการได้ทำในสิ่งที่ชอบนั้น เป็นแรงผลักดันที่ดีอย่างหนึ่งในการต่อสู้ในการทำธุรกิจ การเลือกสินค้ามาขายก็เช่นกัน อย่างเช่น Eric Bandholz ผู้ก่อตั้ง Beardbrand แบรนด์สินค้าเพื่อผู้ชาย ที่เริ่มต้นจากการทำบล็อกพูดคุยเกี่ยวกับกลยุทธ์การทำธุรกิจและการขาย แต่ด้วย Passion ที่มีในเรื่องของหนวดเครา ทำให้เขาก้าวเข้าสู่การทำผลิตภัณฑ์ดูแลหนวดเคราที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

4. ประสบการณ์ & ความเชี่ยวชาญ

การทำงานในสายงานที่มีความเฉพาะเจาะจง อาจเปิดแง่มุมให้คุณได้รู้ลึก รู้จริงกว่าคนทั่วไป ที่สำคัญ การเปลี่ยนความเชี่ยวชาญเหล่านั้น มาสู่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่นำมาขายบนโลกออนไลน์ได้ ถือเป็นแต้มต่อให้การทำธุรกิจ ซึ่งคนอื่นๆ จะเข้ามาทำตามหรือลอกเลียนแบบได้ยาก

 

5. จับเทรนด์ให้ทัน

การรู้ว่าเทรนด์ไหนจะมา เป็นอีกหนทางสู่ชัยชนะในการทำธุรกิจและสร้างโอกาสของการเป็นผู้บุกเบิก ซึ่งหัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่ผู้ประกอบการต้องไม่สับสนระหว่างคำว่า “Fad” ที่เป็นความนิยมต่อสิ่งใดสิ่งแบบชั่วคราว เป็นกระแสที่มาเร็วไปเร็ว ต่างจากคำว่า “Trend” แนวปฏิบัติที่เป็นที่นิยมได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มคน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนได้อย่างแท้จริงและสามารถยืนระยะได้ยาวนานกว่า และการที่จะจับเทรนด์ให้ได้ก่อนนั้น พ่อค้าแม่ขายออนไลน์สมัยนี้สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการฟังเสียงจากโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการดูแฮชแท็กติดเทรนด์บนทวิตเตอร์ หรือหัวข้อยอดนิยมบนเฟซบุ๊ก หรือการติดตามว่าดูว่าคนพูดอะไรกันบ้างบนโลกออนไลน์

6. รีวิวเปลี่ยนชีวิต

การอ่านรีวิวต่างๆ ถือเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีทั้งกับคนทำธุรกิจออนไลน์เองและลูกค้า ยิ่งคนที่มีหน้าร้านออนไลน์อยู่แล้ว การรับฟังเสียงความคิดเห็นจากผู้ใช้สินค้าตัวจริง จะสามารถช่วยยกระดับสินค้าที่มีอยู่ และเป็นช่องทางในการพัฒนาสินค้าตัวใหม่ได้ ในส่วนของคนที่ยังไม่มีหน้าร้านออนไลน์ สามารถที่จะเข้าไปดูรีวิวของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ต่างๆ หรือโปรดักต์อื่นๆ เพื่อมองหาจุดอ่อนที่มีให้เจอ แล้วนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้สินค้าของตัวเองได้

7. คีย์เวิร์ด ตัวกรองความต้องการลูกค้า

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้คนค้าขายมีไอเดียในการทำสินค้าขึ้นมาสักชิ้น ซึ่งการเข้าไปดูสถิติของคีย์เวิร์ดต่างๆ จะทำให้เห็นถึงความต้องการของลูกค้า ซึ่งสามารถนำมาเป็นข้อมูลใช้วิเคราะห์ในการทำธุรกิจได้ อย่างไรก็ตาม กูเกิล ไม่ใช่แหล่งเดียวในการเข้าไปดูคีย์เวิร์ดเหล่านี้ เพราะยังมีออนไลน์ Marketplace ต่างๆ ที่มีฟังก์ชั่นการเสิร์ชเป็นของตัวเองและเครื่องมืออื่นๆ เช่น Keywords Everywhere, Keyword Tool, KeywordInspector, Helium 10, Sonar, EtsyRank และ Alibaba Hot Keywords and Industries Keywords

8. ทดสอบตลาด สำรวจความต้องการ

ถ้ามีไอเดียแล้วแต่ยังไม่อยากทุ่มเงินลงทุนไปมากนัก เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะออกหัวหรือก้อยนั้น ผู้ประกอบการมือใหม่ควรทดสอบความต้องการของตลาดดูก่อน โดยอาจทำเพจขึ้นมาลองโปรโมทโปรดักต์ ถ้าใครสนใจก็ให้ทิ้งอีเมลไว้ เพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์ว่า สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่ต้องการมากแค่ไหน หรือมีคนสนใจมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะทำสินค้าตัวจริงออกมา

9. เช็คเทรนด์บน Marketplace

หากคิดว่าจะมีหน้าร้านออนไลน์เป็นของตัวเอง แต่ยังไม่มีไอเดีย การเช็คเทรนด์ความสนใจในตัวสินค้า/บริการบน Marketplace อื่นๆ นั้นคือคำตอบ เช่น Amazon, Etsy หรือว่า eBay ที่สามารถเป็นแหล่งรวมแรงบันดาลที่จะจุดประกายไอเดียให้กับคนค้าขายได้

10. ค้นหาหาโปรดักต์ข้างเคียง 

สำหรับใครที่มีประเภทของสินค้าหรือโปรดักต์อยู่ในใจแล้ว ลองมองหาไอเทมหรือผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงที่คนมักซื้อควบคู่กันกับสินค้าที่อยู่ในแผน เพื่อดูแนวโน้มของความต้องการของตลาด และอาจจะได้ไลน์โปรดักต์หรือไอเดียใหม่ๆเพิ่มเติม โดย Amazon ถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี เพราะจะมีการแสดงรายการสินค้าที่คนมักซื้อด้วยกัน ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าซื้อบ่อย และรายการสินค้าที่คล้ายกันที่ Amazon แนะนำ

Recent

ไปรษณีย์ไทยส่งเทียนพรรษา 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ร่วมบุญวันพระใหญ่ ไปรษณีย์ไทยจัดเต็มส่งต้นเทียนพรรษาพร้อมชุดเทียนและเงินบริจาคไปยัง 77 วัดทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในเดือนนี้

“อีโคโพสต์” ขนส่ง Gen ใหม่จากไปรษณีย์ไทย ประหยัด คุ้มกว่าเก่า ได้ใจแม่ค้าออนไลน์

“ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าเอาใจลูกค้า ให้บริการขนส่งสายพันธุ์ใหม่ “อีโคโพสต์” (eCoPost) ชูจุดเด่น 3 ประการ เพิ่มน้ำหนักของที่ส่งได้มากถึง 10 กิโลกรัม พร้อมเติมความคุ้มครองสูงถึง 1,500 บาทต่อชิ้น ในราคาประหยัด”

“คูเรียร์โพสต์”สยายปีก 65 ประเทศปลายทาง ส่งด่วนเหนือชั้นพร้อมลดสนั่น 200 บาททุกชิ้น

ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าขยายปลายทาง “คูเรียร์โพสต์” บริการส่งด่วนทั่วโลกมาตรฐานสากล เพิ่มอีก 40 รวมเป็น 65 ประเทศ

Podcast

แปดบรรทัดครึ่ง

แปดบรรทัดครึ่ง EP127 – บริษัทคอมที่แกร่งที่สุดในปฐพี

Thailandpost Admin

แจก 3 โปรแกรมตัดต่อฟรี